นางอังคณา นีละไพจิตร นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทางภาคใต้ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 ที่ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 52 ที่ผ่านมานั้นเป็นการจำลองรูปแบบการทดลองที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐต้องการคำ ตอบในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานว่ามีขีดจำกัดในระดับใดเท่านั้น เนื่องจากการทดสอบครั้งนี้ ไม่ได้พิสูจน์ถึงคำตอบแก่คนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ชนิดนี้สามารถทำงานเพื่อป้องกันอันตรายจากการก่อ เหตุของผู้ไม่หวังดีด้วยวัตถุระเบิด รวมทั้งพิสูจน์ว่าอุปกรณ์จีที200 มีคุณสมบัติสอดรับกับสภาพการณ์ในพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส หรือ4อำเภอในจังหวัดสงขลา มากน้อยแค่ไหน
“เนื่องจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีปัจจัยมากมายที่อาจส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ของเครื่องมือจีที200 จนบางครั้งการทำงานของเครื่องมือชนิดนี้อาจมีปฏิกริยาเออเร่อได้ ดังนั้นนอกจากการทดสอบเพื่อหาคำตอบของประสิทธิภาพเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ชนิดนี้ว่ามีขีดความสามารถอยู่ในระดับใดแล้ว อยากให้มีการแสวงหาคำตอบว่าสามารถใช้งานในพื้นที่3จังหวัดได้ดีระดับไหนด้วย เช่นเดียวกัน”นางอังคณา กล่าว
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนทางภาคใต้ กล่าวต่อว่า หากผลการทดสอบได้ข้อยุติโดยไม่ว่าเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที200 จะแสดงขีดความสามารถในการทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้คำตอบแก่ประชาชนถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ที่อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่สามารถทำงานได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นหากมีการใช้เครื่องมือชนิดนี้ในพื้นที่ต่อไป
นอกจากนี้หลังจากที่นำเครื่องจีที 200เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสนำเอาเครื่องมือของดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาทดลองด้วยวิธีการ หรือรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้กับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 52ที่ผ่านมา เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนจากทุกฝ่าย และคลายความสงสัยของประชาชนในทุกประเด็น
2 weeks 26 min ก่อน
2 weeks 27 min ก่อน
2 weeks 1 วัน ก่อน
2 weeks 1 วัน ก่อน
4 weeks 1 วัน ก่อน
6 weeks 2 days ก่อน
10 weeks 2 days ก่อน
12 weeks 3 days ก่อน
16 weeks 6 days ก่อน
17 weeks 2 days ก่อน