ผลศึกษาจากอเมริกาพบว่างานบ้านหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงการใช้เครื่องดูดฝุ่นและเตาไมโครเวฟ อาจลดโอกาสในการมีลูกของผู้ชาย
นักวิจัยนำอาสาสมัครชายมาอยู่ในบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสูง ซึ่งอาจเกิดจากอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องเป่าผม และพบว่าสถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงสองเท่าที่อาสาสมัครจะมีสเปิร์มด้อย คุณภาพ
ดร.เตอคันลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ นำเสนอหลักฐานแรกของความเชื่อมโยงระหว่างสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับความสามารถ ในการเจริญพันธุ์ที่ลดลงของผู้ชาย
ดร.ลีจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แคลิฟอร์เนีย แนะนำสามีภรรยาที่ต้องการมีบุตรให้พยายามอยู่ห่างจากสนามแม่เหล็กให้มากที่ สุดเท่าที่เป็นไปได้
การศึกษานี้ครอบคลุมผู้บริจาคอสุจิ 148 คนที่ธนาคารสเปิร์มในเซี่ยงไฮ้ โดยผลการศึกษาพบว่า 76 คนมีอสุจิที่มีปัญหาทั้งด้านความสามารถในการเคลื่อนที่ รูปร่างและจำนวน ขณะที่อีก 72 คนมีอสุจิมีคุณภาพ
ทั้งนี้ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงหรือต้องสัมผัสกับสารเคมี ที่เชื่อมโยงกับการทำความเสียหายให้อสุจิ เช่น ยาฆ่าแมลง และตัวทำละลาย จะถูกกันออกจากการทดลองที่อาสาสมัครต้องสวมมิเตอร์อ่านค่าความแรงของสนามแม่ เหล็กทุก 4 วินาทีนาน 24 ชั่วโมงในวัน ‘ปกติ’
นักวิจัยพบว่าอาสาสมัครครึ่งหนึ่งที่มิเตอร์ประจำตัวอ่านค่าสนามแม่เหล็กได้ เกิน 0.16 ไมโครเทสลา มีแนวโน้มสองเท่าที่จะมีสเปิร์มคุณภาพต่ำกว่าอาสาสมัครที่อ่านค่าสนามแม่ เหล็กได้ต่ำกว่าระดับดังกล่าว
ดร.ลียังพบว่าโอกาสที่จะมีอสุจิคุณภาพต่ำเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วงที่ค่าความแรงของสนามแม่เหล็กเพิ่มขึ้น
ทีมนักวิจัยกล่าวในรายงานที่จะตีพิมพ์ในวารสารรีโปรดักทีฟ ท็อกซิโคโลจี้ฉบับเดือนมกราคม ว่านี่เป็นงานศึกษาชิ้นแรกที่แสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างสนามแม่เหล็กที่ ถูกวัดค่า กับอสุจิคุณภาพต่ำของมนุษย์ ซึ่งอาจนำเสนอคำอธิบายที่มีเหตุผลว่าเพราะเหตุใดอสุจิของผู้ชายในรอบศตวรรษ ที่ผ่านมาจึงมีคุณภาพต่ำลง
ขณะเดียวกัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในนอร์เวย์พบว่า การออกกำลังกายมากเกินไปอาจลดโอกาสในการมีบุตรของผู้หญิงถึงสามเท่า
แม้ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยว่า การออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เชื่อกันว่าการที่ร่างกายใช้พลังงานหักโหมเกินไป เท่ากับไปแย่งชิงพลังงานที่จำเป็นต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์
ในการสำรวจที่ครอบคลุมผู้หญิง 3,000 คน กลุ่มตัวอย่างถูกสอบถามเกี่ยวกับความถี่ ระยะเวลา และระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกายระหว่างปี 1984-1986
ในการติดตามผลอีกหนึ่งปีต่อมา กลุ่มตัวอย่างถูกสอบถามเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
ซีกรีเดอร์ ลารา กัดมันด์สดอตติร์ ผู้นำการวิจัย เผยว่าพบกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเจริญพันธุ์เพิ่มขึ้นคือ กลุ่มที่ออกกำลังกายเกือบทุกวัน และกลุ่มที่ออกกำลังกายจนหมดแรง โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือ ผู้ที่ออกกำลังกายจนหมดแรงเกือบทุกวัน
แม้เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อายุ น้ำหนัก สถานะสมรส และการสูบบุหรี่ แต่ผลการวิจัยยังคงเดิมคือ คนที่ออกกำลังกายหักโหมที่สุดมีแนวโน้มมีลูกยากมากขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับ คนที่ออกกำลังกายแต่พอดี
หญิงสาวมีความเสี่ยงมากที่สุด โดยในกลุ่มตัวอย่างอายุต่ำกว่า 30 ปีที่ออกกำลังกายมากที่สุด พบว่ามีถึง 1 ใน 4 ที่ไม่ประสบความสำเร็จในปีแรกที่พยายามตั้งครรภ์ เทียบกับสถิติเฉลี่ยทั่วประเทศเพียง 7%
อย่างไรก็ตาม ผลลบจากการหักโหมออกกำลังกายมีเพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต่างมีบุตรในช่วงปลายของการติดตามผล
คนที่ออกกำลังกายหักโหมที่สุดในช่วงกลางทศวรรษ 1980 ติดกลุ่มคนที่มีลูกมากที่สุดในทศวรรษต่อมา ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเนื่องจากผู้หญิงเหล่านี้เปลี่ยนระดับ กิจกรรมหรือเนื่องจากการปรับตัวของฮอร์โมน
นักวิจัยแนะนำผู้หญิงที่ต้องการมีลูกว่าสามารถออกกำลังกายได้แต่ควรเป็น ระดับปานกลาง อย่ามากหรือน้อยเกินไปซึ่งอาจส่งผลลบต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์
2 weeks 11 min ก่อน
2 weeks 12 min ก่อน
2 weeks 1 วัน ก่อน
2 weeks 1 วัน ก่อน
4 weeks 1 วัน ก่อน
6 weeks 2 days ก่อน
10 weeks 2 days ก่อน
12 weeks 3 days ก่อน
16 weeks 6 days ก่อน
17 weeks 2 days ก่อน