ข่าวล่าสุด

ไทยแลนด์นิวส์ดารุสสลาม


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือแจ้งการโอนเงิน
โทร.081-806-8681
หรือ 085-837-2805

โรตีกรอบบิสมิลลาห์ปัตตานี...ภูมิปัญญาชาวบ้านรากฐานเศรษฐกิจชุมชน

โรตีกรอบบิสมิลลาห์

          โรตีกรอบแผ่นบางจิ้มนมข้นหวานในกล่องสีส้ม ไม่ว่าจะชิมเมื่อไหร่ก็อร่อยได้ทุกเวลา เพียงแกะโรตีออกจากกล่อง ความอร่อยและกรอบของโรตีจากปัตตานีก็จะมารออยู่ตรงหน้า แม้ว่าคนชิมจะอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯก็ตาม

          นี่คือความจริงอันเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และทำให้ “โรตีกรอบบิสมิลลาห์” โด่งดังไปทั่วประเทศ โรตีกรอบเจ้านี้คือผู้ผลิตสินค้าโอทอปหลายดาวและของดีจากปัตตานี เคยได้รับเลือกจากโครงการ “อร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์” หรือ Yummy Post ซึ่งคัดสรรอาหารขึ้นชื่อหา (กิน) ยากของแต่ละจังหวัดทั่วไทย ส่งให้คนเมืองหลวงและปริมณฑลได้ลองลิ้มชิมรสมาแล้ว

          และกระแสตอบรับ “โรตีกรอบ” ก็มากมายไม่น้อยหน้าร้านใด

          โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (ONE TUMBON ONE PRODUCT : OTOP) หรือ โอทอป เป็นโครงการที่รู้จักกันดี และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546  ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อให้ผู้คนในชุมชนนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัว และชุมชน ผลของโครงการก่อให้เกิดรายได้สะพัด และมีผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

          จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผู้ผลิตหลายรายล้มหายตายจากไปบ้างด้วยหลายเหตุผล แต่หลายรายยังอยู่ได้และดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่อง และ "โรตีกรอบบิสมิลลาห์" ก็คือหนึ่งในผู้อยู่รอดอย่างมั่นคง

          แวรอสเม๊าะห์ กับ แวนาปีเซาะ แวโน๊ะ สองพี่น้องเจ้าของ "โรตีกรอบบิสมิลลาห์" ที่สร้างชื่อให้ชุมชนสะบารัง และ จ.ปัตตานีบ้านเกิด มีจุดเริ่มต้นมาจากความชอบทำอาหารแปลกๆ หายาก และลองทำขายหน้าบ้านเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว โดยมีสูตรเฉพาะที่ทำให้ลูกค้าติดใจ

          “เราเริ่มทอดขายด้วยเตาเล็กๆ หน้าบ้าน มีนมช็อคโกแลต ราสเบอรี่ และสตรอเบอรี่ให้เลือก ไม่เหมือนของคนอื่นที่มีแต่นมกับน้ำตาล ขายแผ่นละ 5 บาท จากนั้นก็เริ่มออกงานที่จัดในปัตตานี ไปยืนทอดกันจนคนรู้จัก ทางพาณิชย์จังหวัดจึงติดต่อให้ไปออกงานที่บิ๊กซี หาดใหญ่ (ห้างค้าปลีกชื่อดังใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) แต่ตอนนั้นยังไม่มียี่ห้อ ไม่มีตรารับรองรับประกันจากใครเลยจึงไม่ค่อยมั่นใจ แต่ผลตอบรับกลับดีมาก มีคนมาติดต่อขอซื้อเป็นแฟรนไชส์แต่ปฏิเสธไป เพราะอยากให้เป็นกิจการของเราเอง” 

          จากจุดเริ่มต้นแค่ยืนทอดเล่นๆ หน้าบ้าน พัฒนามาเป็นโรงงานผลิตที่มีลูกน้องเกือบสิบคนในปัจจุบัน โรตีกรอบบิสมิลลาห์วันนี้มีเตาทอด 15 เตาใหญ่ ทอดกันทุกวัน ยกเว้นวันรายอ ช่วยให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมีรายได้ประจำ ใครทอดมากก็ได้เงินมาก

          ที่มาของชื่อ “บิสมิลลาห์” มาจากคำกล่าวก่อนเริ่มทำสิ่งใดก็ตามทุกๆ ครั้งของชาวมุสลิม เป็นคำมงคลที่สองพี่น้องเลือกมาใช้เป็นยี่ห้อ และบ่งบอกความเป็นอาหารมุสลิมที่ “ฮาลาล” ร้อยเปอร์เซ็นต์

          "โรตีกรอบของเรามีเครื่องหมายฮาลาลรับรอง และยังมีเครื่องหมายสินค้าโอทอป รวมทั้งเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อรับรองความสะอาด ถูกสุขลักษณะ และความอร่อย” สองพี่น้องเจ้าของโรตีกรอบ กล่าวอย่างภาคภูมิ

          โรตีกรอบบิสมิลลาห์มีขายทั้งปลีกและส่ง หากคนสั่งอยู่ใน อ.เมืองปัตตานี จะบริการส่งให้ถึงที่ และยังมีหน้าร้านเปิดขายทุกวันที่ ต.สะบารัง (อ.เมืองปัตตานี) ด้วย

          แวนาปีเซาะ บอกว่า แม้จะเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่าความอดทน เพราะโรตีกรอบสร้างชื่อให้ชุมชนสะบารังและสร้างอาชีพให้คนอีกหลายๆ คน ขอบคุณหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ทั้งเทศบาลเมืองปัตตานี อุตสาหกรรมจังหวัด อย. และพาณิชย์จังหวัด

          ดังที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า โรตีกรอบบิสมิลลาห์ได้เข้าร่วมโครงการ “อร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์” เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นโครงการของ “ไปรษณีย์ไทย” ที่รวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากแหล่งอร่อยทั่วไทยนำร่อง 18 รายการ บริการส่งถึงบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยอาหารจากท้องถิ่นภาคใต้มี 2 รายการที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ คือโรตีกรอบจากปัตตานี และน้ำมะม่วงหิมพานต์จากภูเก็ต

rotee22.jpg

          “เมื่อ ทางไปรษณีย์ปัตตานีมาติดต่อและเสนอโอกาสที่ดีให้ และเรายอมรับเงื่อนไขได้ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ปรากฏว่าโรตีกรอบบิสมิลลาห์มียอดสั่งเป็นที่น่าพอใจและรู้จักในวงกว้างมาก ขึ้น ขอขอบคุณทางไปรษณีย์ไทยที่ให้โอกาสเรา และยังให้วางขายในมุมสินค้าของไปรษณีย์ปัตตานีด้วย” แวนาปีเซาะ กล่าว

          ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อโรตีกรอบบิสมิลลาห์ทางไปรษณีย์ในห้วงเวลาแค่ 3 เดือน มียอดสั่งถึง 2,314 กล่อง คิดเป็นเงิน 115,700 บาท นับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยทีเดียว

          ชไมพร ขวัญทอง พาณิชย์จังหวัดปัตตานี  หน่วยงานที่ช่วยขยายช่องทางการตลาด ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอปเมืองปัตตานีให้เป็นที่รู้จัก กล่าวว่า หน้าที่ของพาณิชย์จังหวัดคือสร้างให้ผู้ประกอบการเรียนรู้การบริหารจัดการ ด้านการผลิต การตลาด ยกระดับคุณภาพ และเรียนรู้การประกอบธุรกิจจากประสบการณ์จริง ที่สำคัญคือเพิ่มช่องทางการจำหน่าย

          “เรามีตลาดอยู่เยอะ จึงอยู่ที่ผู้ประกอบการว่าสามารถเข้าไปตลาดไหนได้บ้าง ผู้ประกอบการโอทอปบางรายผลิตขายแค่ในประเทศ เพราะถ้าไปต่างประเทศกำลังการผลิตเขาไม่เพียงพอ หรือหากมีออเดอร์ต้องพร้อมผลิต ไม่ใช่ขาดๆ หายๆ ลูกค้าก็จะหายหมด อย่างถ้ามีงานที่มาเลเซีย จะถามว่าใครสนใจไปขายบ้าง เวลาออกงานจะดูว่ารายไหนที่มีศักยภาพไปได้ รายที่เพิ่งเริ่มต้นเราจะออกค่าใช้จ่ายให้บางส่วน ถ้าเป็นตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอี (ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก) ที่สามารถเตรียมตัวและข้อมูลที่จะไปคุยกับลูกค้าได้ อย่างโรตีกรอบเจ้านี้เคยไปออกงานที่เวียดนาม ก็ได้รับการตอบรับดี เราจะแบ่งเป็นสามกลุ่มชัดเจนคือ กลุ่มขายในท้องถิ่น กลุ่มขายในประเทศ และกลุ่มขายต่างประเทศ แต่ทุกกลุ่มต้องยอมรับว่าในปัตตานียังมีน้อย แต่ก็ยังมีมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้”

          ชไมพร กล่าวต่อว่า ผู้คนในพื้นที่นี้มีศักยภาพในการผลิตที่ดี เพียงแต่ขาดสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือนักการตลาดหรือนักขาย

          “ศักยภาพของคนในพื้นที่มีมากแต่ขาดนักการตลาด ต้องสร้างนักการตลาดที่มีวิสัยทัศน์ มีใจรักในการขาย ไม่ใช่ผลิตกันอย่างเดียวแต่ไม่มีคนขาย ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้ไม่จำเป็นที่คนผลิตต้องไปขายเอง แต่เราต้องสร้างเทรดเดอร์หรือนักขายที่ดีของแต่ละผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ซึ่งผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ ในปัตตานีมีเพียง 3-4 รายที่ทำได้ดี คือกลุ่มจักสานย่านลิเภา กลุ่มตานีบาติก กลุ่มดอกไม้ผ้าใยบัว และกลุ่มข้าวเกรียบปลา 3 รส”

rotee33.jpg

          “การพา ผู้ประกอบการไปออกงานต่างๆ เพื่อให้เขาได้เปิดหูเปิดตาเห็นการพัฒนาสินค้าของคนอื่นว่าไปถึงไหนแล้ว สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตรงกับความต้องการของตลาดหรือไม่ ได้สอบถามความต้องการของลูกค้าและกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง ทุกงานเราจะมีเจ้าหน้าที่ของเราไปดูแลเบื้องต้น สำหรับรายที่เพิ่งเริ่ม เราจะออกค่าใช้จ่ายให้บางส่วน ส่วนรายที่มีประสบการณ์ก็จะลดความช่วยเหลือลง เพื่อให้เขารู้ว่าต้นทุนจริงที่เขาจะออกงานต่อไปมีขนาดไหน ให้เขาเข้มแข็งด้วยตนเอง”

          อีกภารกิจหนึ่งของพาณิชย์จังหวัด เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนก็คือ การออกสำรวจในแต่ละอำเภอโดยพาณิชย์อาสาว่ามีสินค้าใดบ้างที่เป็นโอทอปแล้ว ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับทางพัฒนาชุมชน เมื่อพบก็จะขึ้นทะเบียนไว้ หากอยากทำตลาด ก็จะช่วยหาตลาดให้

          “พาณิชย์อาสาจะช่วยดูแลผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคและราคาสินค้า เฟ้นหาผู้สนใจเป็นนักการตลาด ชอบการขาย เราจะอบรมให้ฟรี ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างพอใจกับการที่ได้ออกงาน เพราะมีช่องทางจำหน่ายมากขึ้น มีโครงการสอนทำเว็บไซต์เพื่อให้เขาขายสินค้าได้ในโลกออนไลน์ด้วย” ชไมพร ระบุ 

          สำหรับยอดจำหน่ายสินค้าโอทอปของปัตตานีตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันสูงขึ้นทุกปี โดยปี 2547 มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 499 ล้านบาท ปี 2548 ขยับขึ้นเป็น 525 ล้านบาท ปี 2549 และ 2550 ขึ้นไปที่ 620 ล้านบาท และ 680 ล้านบาท ล่าสุดปี 2551 พุ่งสูงถึง 753 ล้านบาท 

          ส่วนในปี 2552 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานีได้เปิดลงทะเบียนผู้ผลิตและผู้ประกอบการโอ ทอป โดยมีผู้มาลงทะเบียนจำนวน 571 ราย 1,018 ผลิตภัณฑ์ และรับสมัครคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไปเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว มีผู้สมัครผ่านการพิจารณาของจังหวัดจำนวน 90 ราย อาทิ หมวกกะปิเยาะ กล่องปากกากาบกล้วยตานี ว่าว อาหารนกเขา ลูกหยี โรตีกรอบ ปลาหวาน ดอกไม้ใบยาง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น

          ทั้งหมดนี้คือการสร้างรากฐานเศรษฐกิจชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับผู้คนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง และนั่นอาจเป็นทางออกของประเทศไทยเพื่อต่อกรกับวิกฤติเศรษฐกิจเที่ยวนี้...

          ให้เรายืนอยู่ได้อย่างมั่นคง!

ข้อมูลจาก เลขา เกลี้ยงเกลา โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ค้นหา

สมาชิก

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 6 guests กำลังออนไลน์
  • Mrs.Woranitha K...
  • 89
  • สมาน พิหัก
  • al-ameen
  • kom4258


Locations of visitors to this page





Chat module by BoWoB Chat for Drupal